VM ยังคงเติบโต? IDC เผยสาเหตุที่องค์กรควรมีแพลตฟอร์มรวมศูนย์เพื่อจัดการ VM และ Container
vmware-administrator
5 Mar 2026 AT 23:00 GMT+0700
Container ได้กลายเป็นรากฐานแห่งแอปพลิเคชันสมัยใหม่ แต่คำถามคือทิศทางของ VM จะเป็นอย่างไรต่อไป เรายังคงต้องให้น้ำหนักกับ VM Workload มากน้อยแค่ไหนในอนาคต ยิ่งในยุคของ AI ที่ใครๆก็ดูเหมือนจะยกให้ Kubernetes กลายเป็นฐานปฏิบัติการ จากคุณสมบัติในการปรับตัวได้รวดเร็ว ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงรายงานจาก IDC เกี่ยวกับเทรนด์ของ VM Workload และ Container บนแพลตฟอร์มรวมศูนย์การจัดการอย่าง VMware Cloud Foundation

VM Workload ยังคงเติบโตอยู่จริงหรือไม่?
หากตอบคำถามสั้นๆตามหัวข้อคำตอบก็คือ ‘จริง’ โดย IDC ชี้ว่าการเติบโตของ VM Workload ยังคงเพิ่มขึ้น แม้จะไม่ดูร้อนแรงเทียบเท่ากับ Container หรือเรื่องราวของ Kubernetes ก็ตาม โดยมีหลายสาเหตุสนับสนุนการคาดการณ์นี้ คือ
- Virtualization เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่ง VM ทำให้การใช้งานฮาร์ดแวร์คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นมานานหลายทศวรรษ มีแอปพลิเคชันจำนวนมากที่ถูกพัฒนาขึ้นบน VM และยังทำงานได้ดี อีกทั้งองค์กรได้ใช้จ่ายงบประมาณไปไม่น้อย กับการลองผิดลองถูกเพื่อปรับปรุงแอปพลิเคชันจนมั่นใจในความสเถียรเพียงพอกับการใช้งาน โดยในปัจจุบันอาจยังไม่มีประเด็นด้านธุรกิจที่มีความเร่งด่วนคุ้มค่าต่อการแก้ไขหรือสร้างใหม่บน Containerized
- ภายใต้แอปพลิเคชันที่มีความสำคัญยิ่งต่อธุรกิจ อาจประกอบไปด้วยระบบที่ซับซ้อน หรือจำเป็นต้องคิดวิเคราะห์เป็นอย่างดีถึงผลกระทบ และในบางครั้งองค์กรอาจมีความพอใจที่จะทำงานในรูปแบบของ VM มากกว่า เช่น งานฐานข้อมูล หรือ งานที่เน้นเรื่อง Stateful เป็นต้น
- ในงานประเภท Stateful หรือแอปพลิเคชันขนาดเล็ก การพัฒนาด้วย Monolithic อาจทำให้การพัฒนาทำได้ไวกว่า การวางแผนแบ่งส่วนระบบเล็กให้เป็น Containerized เพิ่มต้นทุนในการจัดการ
- ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติการของ VM ก็ยังดูดีกว่าเทคโนโลยี Containerized ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูง
ความแตกต่างของ VM และ Containerization คือระดับของการทำงาน ซึ่งอย่างแรกเกิดขึ้นมาก่อนเพื่อทำให้ระบบไอทีสามารถแบ่งสรรปันส่วนฮาร์ดแวร์ให้รันระบบปฏิบัติการหลายตัวบนเครื่องหนึ่งๆ แต่ Containerization เป็นการทำงานในระดับของระบบปฏิบัติการ โดยสามารถรันได้โดยตรงกับ Bare Metal หรือรันบน VM ก็ได้ ซึ่งเราจะกล่าวถึงประโยชน์ในหัวข้อถัดไป
Containerization: Workload กำเนิดใหม่ฐานของ VM
Containerization ไม่ได้กำเนิดมาพร้อมกับความคล่องตัวเท่านั้น แต่อีกหนึ่งในตัวแปรที่พลิกเกมทำให้ Container กลายเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจและกลายเป็นตัวแทนแห่ง Modernize Application, Cloud native หรือ microservices ก็คือความสามารถของ Kubernetes ที่ให้ความสามารถในการจัดการ Container Workload จำนวนมาก จนกลายเป็นตลาดใหม่ให้กับ อย่าง Edge Computing, Agile Development, DevOps, Platform Engineer และสุดท้ายที่กำลังมาแรงอย่าง AI Workload
เมื่อข้อมูลดำเนินมาถึงตรงนี้ อาจฟังดูน่าตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของ VM แต่อันที่จริงเนื้อเรื่องกำลังดำเนินไปเหมือนตอนที่ VM กำเนิดขึ้นมาที่ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ก็ยังคงอยู่มาถึงปัจจุัน โดยในทางปฏิบัติผู้ใช้งาน Container กลับนิยมใช้ VM เป็นฐานการติดตั้งมากกว่า แม้กระทั่งการทำงานของ Public Cloud ชื่อดัง นั่นก็เพราะแนวคิดเช่นนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถจัดการเรื่องความปลอดภัยและบริหารจัดการได้ง่าย รวมถึงเสริมประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น สามารถผนวกความสามารถด้าน Security ของ VM ซ้อนกับ Container ก็จะทำให้มีการปกป้องแอปพลิเคชันได้เชิงลึกมากยิ่งขึ้น
VMware Cloud Foundation(VCF) แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่จัดการได้ทั้ง VM และ Container

การมีแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์สามารถลดต้นทุนในการบริการจัดการ คงเป็นเรื่องที่วุ่นวายหากองค์กรต้องจัดการแพลตฟอร์มสำหรับ VM และ Container แยกจากกัน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าลำพังแค่การดูแลจัดการ Kubernetes อย่างเดียวก็ทำให้งานของแอดมินนั้นล้นมือ นั่นจึงทำให้แพลตฟอร์มรวมศูนย์อย่าง VMware Cloud Foundation น่าสนใจมากกว่า เช่น
- การมี UI เดียวของโซลูชันที่ถูกออกแบบมาให้รองรับกับ API-driven สามารถตอบโจทย์งานของผู้ทำงานในทุกระดับ ตั้งแต่แอดมินดูแลระบบไอที Platform Engineer และ นักพัฒนาที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรด้วยเครื่องมือ CI/CD ที่พวกเขาถนัด บนการควบคุมที่องค์กรเลือกได้
- องค์กรสามารถเลือกจัดสรรทรัพยากรได้ตามโจทย์ของธุรกิจ โดยแอปพลิเคชันขนาดเล็กอาจให้บริการในรูปแบบของ VM แต่งานของ AI อาจมาต่อยอดในรูปแบบของ Container
- องค์กรสามารถสร้างกรอบการบังคับใช้ Security Policy, เครื่องมือ และกระบวนการ ต่อกับแอปพลิเคชันได้ในทุกแอป ไม่ว่าบน VM หรือ Container ที่ให้ความคล่องตัวในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
- สามารถเข้าถึงทรัพยากรขององค์ประกอบต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่า เช่น Storage และ Networking
VMware Cloud Foundation คือแพลตฟอร์มที่มาพร้อมกับการดูแล Workload ได้อย่างครบคลุม ซึ่งพวกเขาคือเจ้าตลาดมาโดยตลอดที่องค์กรส่วนใหญ่มักใช้จัดการ VM workload โดยปัจจุบันแพลตฟอร์ม VMware Cloud Foundation ได้ผสานส่วนประกอบที่ช่วยสนับสนุนงานของ Container ไว้มากมาย เริ่มต้นตั้งแต่ Kubernetes Runtime ด้วยสิ่งที่เรียกว่า VMware Kubernetes Service ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเป็น Containerized Workload ภายในขอบเขตของ vSphere โดยสามารถใช้ความสามารถของ vSphere เพื่อการทำ Policy, Provision, Update, Scaling, Storage, Security และ Networking ต่างๆได้
นอกจากนี้ VMware ยังได้เล็งเห็นถึงความท้าทายในการจัดการ Kubernetes ที่มักมีช่วงการอัปเดตอยู่บ่อยครั้ง จึงได้ขยายช่วงการรองรับ Kubernetes เวอร์ชันหลัก ในเวอร์ชันล่าสุดและก่อนหน้าอีก 2 เวอร์ชัน รวมถึงขยายเวลารองรับอายุของเวอร์ชันย่อยสูงสุดถึง 2 ปี นั่นทำให้ผู้ดูแลมีช่องว่างในการวางแผนอัปเดตระบบได้อย่างรอบคอบมากขึ้น ทั้งนี้ vSphere Kubernetes Service ตั้งแต่เวอร์ชัน 3.3 ยังสามารถเปิด FIPS mode ที่ระดับ OS ไม่ว่าจะเป็น Linux หรือ Windows สำหรับบางองค์กรที่มีข้อกำหนดเข้มงวดทางมาตรฐานความปลอดภัย
ในกรณีที่ Kubernetes ขององค์กรมีแผนที่ยิ่งใหญ่กว่า On-premise สู่ Multi-cloud ที่นำมาซึ่งความท้าทายในการบริหารจัดการ Container Workload ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ผู้ใช้งานสามารถต่อยอดกับ VKS Cluster Management หรือที่เราอาจเคยได้ยินคำว่า Tanzu Mission Control ก่อนหน้านี้ โดยมาพร้อมกับความสามารถที่โดดเด่น เช่น

1.) Lifecycle Management – ช่วยในการปฏิบัติการเกี่ยวกับ Container Workload เช่น การสร้างคลัสเตอร์ อัปเดต ขยายทรัพยากร ลบคลัสเตอร์ ซึ่งในหน้า UI เดียวกันสามารถรองรับได้ทั้ง vSphere, Amazon EKS, Azure AKS, Google Kubernetes Engine ฯลฯ
2.) Visibility – ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นประสิทธิภาพและสุขภาพในการทำงานของทรัพยากรในทุกๆคลัสเตอร์ หรือใน Kubernetes ที่ได้รับการรับรองโดย CNCF
3.) Policy Enforcement – ทำให้เกิดการบังคับใช้นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึงทรัพยากร, Pod Security, Network Traffic, Image และอื่นๆ
4.) Data Protection – องค์กรสามารถทำการสำรองข้อมูลของแอปพลิเคชันประเภท Stateful บน Container Workload ได้ด้วยเครื่องมือโอเพ่นซอร์ส Velero
5.) Continuous Delivery – สามารถตอบโจทย์การทำงาน GitOps ที่ช่วยได้ด้วย Flux CD เพื่อทำให้โค้ดสอดคล้องกันด้วยเวอร์ชันเดียว
6.) Self-service – นักพัฒนาสามารถร้องขอการเข้าถึงทรัพยากรได้ตามความต้องการด้วยตัวเองภายใต้ขอบเขตที่ผู้ดูแลอนุมัติ
ในกรณีที่ต้องการความคล่องตัวและลดภาระในการทำงาน VKS Cluster Management สามารถเปิดใช้ในรูปแบบของ SaaS ได้ แต่ในหลายธุรกิจที่เข้มข้นเรื่องประเด็นของการดูแลท่านก็สามารถเริ่มต้นการใช้งานด้วยการติดตั้งดูแลใช้งานเองได้เช่นกันเพื่อตอบโจทย์ Sovereignty
สำหรับแฟนๆ Ubuntu ทาง VMware ก็มีความร่วมมือในเรื่อง Ubuntu Container ขนาดเล็กที่เรียกว่า ‘chiseled’ ซึ่งถูกปรับแต่งมาที่ช่วยลดเรื่องของพื้นผิวการโจมตี รวมถึง Ubuntu Pro ที่นำเสนอเรื่องของระยะดูแลที่ครอบคลุมถึง 10 ปี ไปจนถึงเรื่องของ image ที่พร้อมกับ GPU ในงาน AI เป็นต้น
สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ VMware หรือกำลังมองหาแนวทางการสร้าง Private Cloud สามารถติดต่อทีมงาน VST ECS (Thailand) ได้ที่ vmwareconnect@vstecs.co.th
แหล่งที่มาของข้อมูล: techtalkthai.com
